Skip to Content

10 เทรนด์ Machine Learning ปี 2026 ที่ธุรกิจต้องจับตามอง

December 24, 2025 by
10 เทรนด์ Machine Learning ปี 2026 ที่ธุรกิจต้องจับตามอง
Rinyaphat Pornanantawit

"2024 คือปีที่เราตื่นเต้นกับการได้ลองคุยกับ AI และปี 2025 คือปีที่เราเริ่มจะหยิบ AI มาช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ...

แต่ปี 2026 จะเป็นปีที่ Machine Learning (ML) ไม่ใช่แค่ ‘ของเล่นใหม่’ แต่จะกลายเป็น ‘อวัยวะสำคัญ’ ที่หลายๆ ธุรกิจขาดไม่ได้

เรากำลังก้าวข้ามยุคของ AI ที่เอาแต่ ‘นั่งรอคำสั่ง’ ไปสู่ยุคของ AI ที่ ‘คิดเองและลงมือทำเป็น’ มันจะไม่ใช่แค่ระบบที่คอยสรุปยอดขายให้ดูอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานอัจฉริยะที่รู้ว่าตอนไหนของขาด แล้วไปกดสั่งซื้อสินค้ามาเติมให้เองเสร็จสรรพ หรือรู้ว่าลูกค้ากำลังมีปัญหาแล้วเข้าไปช่วยแก้ไขให้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เราบอก

10 เทรนด์ Machine Learning ในปี 2026 
ที่จะเปลี่ยนจากระบบ ‘รอสั่ง’ เป็นระบบ ‘สั่งการเอง’ มีอะไรบ้างที่คนทำธุรกิจต้องรู้!" ข้อมูลจาก Gartner ที่ระบุว่า AI จะก้าวข้ามการเป็นเพียง "เทคโนโลยีใหม่" ไปสู่การเป็น "ระบบประสาทหลัก" ขององค์กร 

เราได้ทำการจัดประเภทกลุ่มเทรนด์ AI/ML ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มที่ 1: The Synthesizers – การผสานพลังเพื่อสร้างมูลค่าใหม่

กลุ่มนี้เน้นที่การทำให้ AI ทำงานร่วมกันและเข้าใจบริบทเฉพาะด้านมากขึ้น

black and white industrial machine

1. Multiagent Systems (MAS): ทีม AI ที่ทำงานร่วมกัน

นี่คือเทรนด์ที่ Gartner ยกให้เป็นหัวใจสำคัญ จากเดิมที่เราใช้ AI ตัวเดียวทำงานหนึ่งอย่าง ปี 2026 จะเป็นยุคของ "ระบบหลายเอเจนท์" ที่คุยกันเองเพื่อจบโปรเจกต์ซับซ้อน เช่น เอเจนท์วิเคราะห์ตลาดคุยกับเอเจนท์ผลิตเพื่อปรับแผนการทำงานอัตโนมัติ

  • ทำไมถึงเด่น: ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน (Workflow) ที่มนุษย์ต้องเป็นตัวกลางประสานงาน

2. Domain-Specific Language Models (DSLMs): AI เฉพาะทาง

หมดยุคที่ใช้ ChatGPT ตอบทุกอย่าง ธุรกิจจะหันมาใช้โมเดลที่เทรนด้วยข้อมูลเฉพาะอุตสาหกรรม (เช่น กฎหมายไทย, การแพทย์เฉพาะทาง, วิศวกรรมยานยนต์) เพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยของข้อมูลที่สูงกว่าโมเดลทั่วไป

3. Physical AI: เมื่อ AI มีร่างกาย

AI จะไม่ติดอยู่แค่ในหน้าจอ แต่จะถูกฝังในหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงาน (Physical AI) โดยมีขีดความสามารถในการตัดสินใจในโลกจริง เช่น หุ่นยนต์คลังสินค้าที่ปรับเปลี่ยนเส้นทางเองเมื่อเจอสิ่งกีดขวางแบบ Real-time

กลุ่มที่ 2: The Architects – การวางรากฐานและโครงสร้างพื้นฐาน

กลุ่มนี้คือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการประมวลผลและการพัฒนา

a female mannequin is looking at a computer screen

4. AI-Native Development Platforms

การเขียนโปรแกรมจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แพลตฟอร์มการพัฒนาซอฟต์แวร์ในปี 2026 จะเป็นแบบ AI-Native คือมี AI ช่วยออกแบบโครงสร้าง เขียนโค้ด และทดสอบระบบโดยอัตโนมัติเกือบ 100% ทำให้บริษัทขนาดเล็กสามารถสร้างซอฟต์แวร์ระดับ Enterprise ได้ในเวลาไม่กี่วัน

5. AI Supercomputing Platforms

ธุรกิจขนาดใหญ่จะลงทุนใน "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI" ของตัวเอง หรือใช้บริการ Hybrid Cloud ที่ประมวลผลด้วย GPU และชิป AI เฉพาะทาง (ASICs) เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาล (Big Data) ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต้นทุน (Inference Economics)

6. Geopatriation: การดึงข้อมูลกลับบ้าน

เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ธุรกิจจะเริ่มย้ายการประมวลผล AI กลับมาอยู่ในพื้นที่หรือประเทศของตน (Sovereign Cloud) เพื่อความปลอดภัยและอำนาจในการควบคุมข้อมูล 100%

กลุ่มที่ 3: The Vanguards – หน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยและความยั่งยืน

กลุ่มที่เน้นการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) และความรับผิดชอบต่อโลก

flat screen computer monitor

7. Preemptive Cybersecurity: การป้องกันก่อนถูกโจมตี

ML จะถูกนำมาใช้ในเชิงรุก (Proactive) เพื่อทำนายรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง โดยระบบจะตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่เล็กน้อยที่สุดและปิดช่องโหว่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มนุษย์สั่ง

8. Digital Provenance: เทคโนโลยีตรวจสอบที่มา

ในยุคที่ Deepfake และเนื้อหา AI ระบาด ธุรกิจต้องใช้ระบบยืนยันที่มาของข้อมูล (Provenance) เพื่อพิสูจน์ว่ารูปภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลนี้เป็นของจริง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า (Digital Trust)

9. Sustainable-by-Design IT (Green AI)

จากรายงานของ Deloitte 2026, การวัดผล ROI ของ AI จะต้องรวมเรื่อง "คาร์บอน" เข้าไปด้วย ธุรกิจจะเลือกใช้ ML ที่ประหยัดพลังงาน หรือใช้ระบบ Predictive Auto-Provisioning เพื่อเปิด-ปิดการใช้ทรัพยากร Cloud ตามความจำเป็นจริงเพื่อลดมลภาวะ

10. Quantum-Ready ML (Post-Quantum Readiness)

ปี 2026 ธุรกิจระดับโลกจะเริ่มปรับโครงสร้างระบบ ML ให้พร้อมรับกับยุค Quantum Computing ทั้งในด้านการคำนวณที่ซับซ้อน (Quantum-enhanced AI) และการอัปเกรดระบบเข้ารหัสเพื่อป้องกันการถูกถอดรหัสโดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

a group of white robots sitting on top of laptops

บทสรุการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่ยุค "AI ลงมือทำ" ในปี 2026

จากที่เราเคยตื่นเต้นกับ AI ที่ "ตอบคำถามได้ทุกอย่าง" ในวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ AI จะเปลี่ยนบทบาทจาก "ที่ปรึกษา" กลายเป็น "ผู้ร่วมทีม" อย่างเต็มตัว 

  • Action over Chat: เทรนด์ Agentic AI จะเปลี่ยนโลกการทำงาน เราจะเลิกสั่งงานทีละขั้นตอน แต่จะสั่ง "เป้าหมาย" แล้วปล่อยให้ระบบ AI บริหารจัดการและตัดสินใจแก้ปัญหาเองจนจบกระบวนการ
  • Precision over Generalization: โมเดลขนาดใหญ่จะถูกปรับให้เล็กลงแต่ฉลาดขึ้นในเฉพาะทาง (Domain-Specific) เพื่อความแม่นยำในระดับอุตสาหกรรม และการประมวลผลที่รวดเร็วบนอุปกรณ์พกพา
  • Trust over Tech: ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้น ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครมีเทคโนโลยีล้ำกว่า แต่อยู่ที่ใครสามารถสร้าง "ความน่าเชื่อถือ" (Digital Trust) ผ่านความโปร่งใสของโมเดลและการปกป้องข้อมูลที่เป็นเลิศ

คำถามสำคัญสำหรับคุณไม่ใช่ "จะเริ่มใช้ AI เมื่อไหร่?" แต่คือ "ธุรกิจของคุณพร้อมแค่ไหนที่จะให้ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองหลัก?"

ผู้ที่เริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ที่จะอยู่รอด แต่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในโลกอนาคต

ติดต่อเราเพื่อเข้าสู่การจัดการองค์กรที่ทันสมัยกับทีมที่พร้อมจะดูแลคุณตลอดเวลา

Start writing here...

# AI
AI Transformation: 10 กลยุทธ์นำทัพองค์กรไทยสู่การเป็น Data-Driven Organization